ไซลุนผนึกพันธมิตรระดับโลก รุดหน้าโครงการสร้างความยั่งยืนให้ห่วงโซ่อุปทานยางพาราในไทย
น้ำยางธรรมชาติถือเป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ ซึ่งการอนุรักษ์ระบบนิเวศและการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนนั้น ไม่เพียงแต่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมในระดับสากล แต่ยังเป็นเสาหลักภายใต้กลยุทธ์การพัฒนาที่ยั่งยืนของกลุ่มบริษัทไซลุน ในฐานะสมาชิกของแพลตฟอร์มยางธรรมชาติที่ยั่งยืนระดับโลก (GPSNR) ไซลุนได้ใช้กลไกการลงทุนร่วมของ GPSNR เพื่อริเริ่ม "โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อยและการศึกษาเชิงนิเวศในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย" มาตั้งแต่ปี 2025 โดยร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ อาทิ การยางแห่งประเทศไทย จังหวัดระยอง (RAOT Rayong) และองค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children Thailand) เพื่อขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานยางพาราให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ล่าสุด คณะผู้บริหารระดับสูงนำโดย นาย Stefano Savi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ GPSNR ได้เดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในจังหวัดระยอง เพื่อติดตามความคืบหน้าและประเมินผลสำเร็จของโครงการ ซึ่งถือเป็นก้าวย่างสำคัญของไซลุนในการนำกลยุทธ์ “eco+ Sustainable Development Strategy” มาปรับใช้เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการจัดการยางพาราระดับโลก
🌍 มุ่งเน้นความต้องการของเกษตรกรรายย่อย วางรากฐานการผลิตตามมาตรฐานสากล 🌍
อุตสาหกรรมยางพาราเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของครอบครัวเกษตรกรรายย่อยหลายล้านครัวเรือนในภาคตะวันออกของไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการผลิตที่ยั่งยืน โครงการได้มุ่งเป้าไปที่ความต้องการหลักของเกษตรกร 500 ราย ผ่านการฝึกอบรมเทคนิคการกรีดยางเชิงนิเวศและการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกฎระเบียบสากล พร้อมจัดตั้งเครือข่ายศูนย์ให้คำปรึกษา “1 ศูนย์กลาง + 8 สถานีประจำที่ + 5 สถานีเคลื่อนที่” เพื่อให้บริการตีความนโยบายและให้คำปรึกษาด้านกฎระเบียบ EUDR (กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป) อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีการจัดทำสื่อการสอนเทคนิคการกรีดยางที่ลดความเสียหายต่อต้นยาง เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่และสตรีในชุมชนอย่างเป็นระบบ

คณะผู้แทนได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่โครงการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทย จังหวัดระยอง ในประเด็นเทคนิคการดูแลรักษาต้นยาง พร้อมทั้งเข้าตรวจสอบสายการผลิตมาตรฐานและระบบโลจิสติกส์ เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการควบคุมคุณภาพและระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) โดยคณะผู้แทนได้กล่าวชื่นชมระบบการเสริมศักยภาพแบบ “เทคโนโลยี + บริการ + ความสอดคล้อง” ที่โครงการได้วางรากฐานไว้

🌍 Tฟื้นฟูบำรุงดิน เพิ่มผลิตภาพสวนยางอย่างยั่งยืน 🌍
เพื่อแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรมและเทคนิคการกรีดยางที่ไม่เหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมยางธรรมชาติในภาคตะวันออกของประเทศไทย โครงการได้จัดตั้งแปลงสาธิต GPSNR จำนวน 5 แห่ง เพื่อส่งมอบชุดปรับปรุงดินออร์แกนิกและอุปกรณ์การกรีดยางมืออาชีพให้แก่เกษตรกรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมผลักดันเทคโนโลยีการจัดการดินอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต ซึ่งเป็นการขยายช่องทางรายได้ให้แก่เกษตรกรในระยะยาว
ในระหว่างการเยี่ยมชมแปลงสาธิต คณะผู้แทนได้ตรวจสอบการใช้งานอุปกรณ์ตรวจวัดค่า pH ของดิน และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของสภาพดินที่ลดความเป็นกรดลง ส่งผลให้สภาพแวดล้อมในสวนยางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทั้งได้พูดคุยกับเกษตรกรเพื่อรับฟังปัญหาและความท้าทายในการปฏิบัติงานจริง เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการสนับสนุนให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

🌍 การศึกษาเชิงนิเวศสู่อนาคต จุดประกายการเรียนรู้ให้บุตรหลานเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา 🌍
โครงการไม่เพียงแต่มุ่งเน้นที่การสร้างรายในปัจจุบัน แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาในระยะยาว โดยได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน 3 แห่งสำหรับบุตรหลานของเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่ พร้อมร่วมกับองค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children Thailand) จัดตั้ง "มุมการศึกษาเชิงนิเวศยางพารา" เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และการประกวดวาดภาพในหัวข้อสวนยางพารา นอกจากนี้ยังมีการมอบทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานเกษตรกรที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

คณะผู้แทนได้เยี่ยมชมโรงเรียนวัดกวงฮัวและโรงเรียนไร่จันดี เพื่อตรวจสอบคุณภาพการปรับปรุงอาคารสถานที่และผลการดำเนินงานของมุมการศึกษา พร้อมมอบทุนการศึกษาให้แก่ตัวแทนนักเรียน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยที่มีต่อคนรุ่นใหม่ และทำให้กลุ่มเกษตรกรรู้สึกถึงคุณค่าที่ยั่งยืนของโครงการในมิติด้านการศึกษา
นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกกับองค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children Thailand) ในประเด็นการบูรณาการระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมยางธรรมชาติที่ยั่งยืนและการศึกษาเชิงนิเวศสำหรับเยาวชน พร้อมทั้งร่วมหารือถึงทิศทางความร่วมมือร่วมกันในอนาคต

🌍 ผลสำเร็จเชิงประจักษ์ เดินหน้าสร้างพลังขับเคลื่อนจากไซลุน 🌍
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ โครงการได้สร้างผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในหมู่บ้านเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราหลายหมู่บ้านของภาคตะวันออก ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตอย่างยั่งยืนของเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เด็กๆ จำนวนมากได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและเข้าใจถึงคุณค่าของอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ ถือเป็นการเสริมสร้างพลังร่วมกันระหว่าง "การพัฒนาอาชีพ" และ "การบ่มเพาะเยาวชนผ่านระบบนิเวศ" ในสองทิศทางพร้อมกัน
ในอนาคต กลุ่มบริษัทไซลุนจะยังคงบทบาทผู้นำในอุตสาหกรรม โดยใช้แพลตฟอร์ม GPSNR เป็นสื่อกลางในการกระชับความร่วมมือกับพันธมิตรต้นน้ำและปลายน้ำ สถาบันวิจัย และองค์กรสาธารณกุศล เพื่อร่วมกันปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทาน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางรถยนต์และยางพาราระดับโลกสู่การพัฒนาที่มีคุณภาพและยั่งยืนสืบไป




